Black Ribbon

EU ปรับกฎคาร์บอน ผ่อนแรงภาคอุตสาหกรรมเร่งลงทุนสีเขียว

20 กรกฎาคม 2569
EU ปรับกฎคาร์บอน ผ่อนแรงภาคอุตสาหกรรมเร่งลงทุนสีเขียว

คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอปรับระบบซื้อขายคาร์บอน (ETS) ผ่อนเกณฑ์ลดการปล่อยก๊าซ พร้อมเพิ่มเงินสนับสนุนการลงทุนเทคโนโลยีสะอาด หวังรักษาความสามารถแข่งขันควบคู่เป้าหมายลดคาร์บอน

คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เสนอปรับปรุงระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหภาพยุโรป (EU Emissions Trading System: ETS) ครั้งใหญ่ โดยผ่อนคลายข้อกำหนดด้านการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) สำหรับภาคอุตสาหกรรม พร้อมเพิ่มแรงจูงใจทางการเงินเพื่อเร่งการลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานสะอาดภายในยุโรป ท่ามกลางแรงกดดันจากภาคธุรกิจที่กังวลว่าต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมกำลังบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขัน

ETS ถือเป็นนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศที่สำคัญที่สุดของสหภาพยุโรป โดยกำหนดให้โรงไฟฟ้า สายการบิน และธุรกิจเดินเรือต้องซื้อสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อมีการปล่อย CO₂ พร้อมกำหนดเพดานการปล่อยก๊าซโดยรวมของแต่ละภาคส่วน

การปรับปรุงระบบครั้งนี้มีเป้าหมายให้ ETS รองรับการดำเนินนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรปจนถึงปี 2040 ซึ่งตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลง 90% เมื่อเทียบกับระดับฐาน ขณะเดียวกันก็เป็นการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องจากหลายประเทศสมาชิก เช่น อิตาลีและโปแลนด์ ที่เห็นว่ากฎระเบียบเดิมสร้างภาระต้นทุนและกระทบความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยุโรป

อย่างไรก็ตาม หลายประเทศรวมถึงสเปนเตือนว่า การผ่อนคลายมาตรการมากเกินไปอาจสร้างความไม่เป็นธรรมต่อบริษัทที่ลงทุนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาตั้งแต่ช่วงแรก

ลดความเข้มงวดเพดานคาร์บอน

ข้อเสนอใหม่ระบุว่า อัตราการลดเพดานการปล่อยก๊าซในระบบ ETS จะถูกปรับลดจากปัจจุบัน 4.3% ต่อปีเหลือประมาณ 3.7% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2031 และลดลงเหลือ 1.7% ต่อปี ตั้งแต่ปี 2036 ซึ่งจะทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีเวลาปรับตัวมากขึ้น

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปยังเสนอให้รัฐบาลของประเทศสมาชิกนำ 50% ของรายได้จากระบบ ETSไปใช้สนับสนุนการลดคาร์บอนของอุตสาหกรรมในประเทศ โดยนับตั้งแต่ปี 2013 ระบบดังกล่าวสามารถสร้างรายได้สะสมแล้วกว่า 260,000 ล้านยูโร (ประมาณ 297,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

Wopke Hoekstra กรรมาธิการด้านสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป กล่าวว่า หากข้อเสนอนี้ได้รับการอนุมัติ จะช่วยดึงดูดการลงทุนใหม่ในยุโรปมูลค่าหลายแสนล้านยูโร และเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ขยายสิทธิปล่อยคาร์บอนฟรีถึงปี 2038

หนึ่งในมาตรการสำคัญคือ การขยายระยะเวลาการจัดสรรสิทธิปล่อยก๊าซเรือนกระจกฟรีให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหล็กและปูนซีเมนต์ จากเดิมที่จะสิ้นสุดในปี 2034 เป็นปี 2038

ภายใต้ข้อเสนอใหม่ บริษัทจะได้รับสิทธิฟรี 80% ล่วงหน้า หากมีแผนลงทุนลดการปล่อยคาร์บอนในยุโรป ส่วนอีก 20% จะได้รับเมื่อดำเนินการลงทุนตามแผนแล้ว

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังส่งผลให้การบังคับใช้ ภาษีคาร์บอนชายแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) กับสินค้านำเข้าเต็มรูปแบบ ถูกเลื่อนจากปี 2034 เป็นปี 2038 เช่นกัน

ตลาดคาร์บอนตอบรับ นักวิเคราะห์มองราคามีแนวโน้มลดลง

หลังการประกาศข้อเสนอ ราคาสิทธิปล่อยคาร์บอนของสหภาพยุโรปปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.39 ยูโร มาอยู่ที่ 79.58 ยูโรต่อตัน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายประเมินว่าการผ่อนคลายกฎจะทำให้ราคาคาร์บอนในระยะยาวอ่อนตัวลง

Marcus Ferdinand นักวิเคราะห์จากบริษัทข้อมูลตลาดคาร์บอน Veyt ระบุว่า ข้อเสนอนี้มีเป้าหมายชัดเจนในการรักษาความอยู่รอดของภาคอุตสาหกรรมยุโรป และผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุดคืออุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับสูง 

เดินหน้าลดคาร์บอน ควบคู่ขยายขอบเขต ETS

แม้จะผ่อนคลายกฎบางส่วน แต่คณะกรรมาธิการยุโรปยังคงเดินหน้ามาตรการด้านสิ่งแวดล้อม โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานไฟฟ้าในระบบพลังงานของสหภาพยุโรปเป็น 2 เท่า ภายในปี 2040 เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

พร้อมกันนี้ ยังเสนอขยายขอบเขตของระบบ ETS ให้ครอบคลุมการเผาขยะเพื่อผลิตพลังงานตั้งแต่ปี 2031 เรือเดินทะเลขนาดเล็ก รวมถึงเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ออกจากยุโรปไปยังจุดหมายปลายทางในรัศมีไม่เกิน 5,000 กิโลเมตร ตั้งแต่ปี 2029 ซึ่งจะครอบคลุมเที่ยวบินไปยังตุรกีและตะวันออกกลาง แต่ยังไม่รวมเที่ยวบินไปยังสหรัฐอเมริกา

ปัจจุบัน ระบบ ETS ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 40% ของการปล่อยทั้งหมดในสหภาพยุโรป และสามารถลดการปล่อยก๊าซจากภาคส่วนที่อยู่ภายใต้ระบบได้แล้ว กว่าครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับปี 2005 สะท้อนบทบาทสำคัญของ ETS ในการขับเคลื่อนนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของยุโรป แม้ว่าจะต้องเผชิญแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองเพิ่มขึ้นก็ตาม.

 


แหล่งที่มา : POST TODAY

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.